16มีนาคม 54

ตัดตอนมาจากหนังสือ "เดอะท็อปซีเคร็ต"

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พยายามจะอธิบายความลับสุดยอดนี้ เขาย้ำว่า การค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ทุกอย่างของเขา มาจากจินตนาการ และถ้าจะเทียบระหว่างความรู้ กับ จินตนาการ เขาบอกว่า จินตนาการสำคัญกว่า จินตนาการเป็นเชาว์ปัญญาขั้นสูงสุด และมันจะนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆได้อย่างไม่สิ้นสุด ขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาย้ำนักย้ำหนาหลายต่อหลายครั้งกับนักศึกษาที่เขาสอน และต่อที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์อยู่บ่อยๆว่า “จินตนาการ สำคัญมากกว่าความรู้” แต่เขาก็ไม่อธิบายต่อว่า เพราะอะไร จินตนาการจึงสำคัญกว่าความรู้....

16มีนาคม 54

เช้าวันเสาร์ ยังไม่ทันตื่นนอนเลย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น โทรศัพท์จากคุณแม่นั่นเอง
"วันนี้เที่ยง พาเด็กๆมากินสะเต๊ะบ้านแม่ดีไหม"
"แต่แม่ หนูรับปากพาเด็กๆไปกินร้านแม็คโดนัลแล้วล่ะแม่"
แต่คุณแม่ไม่ยอมแพ้ "ประหยัดเงินเถอะขับรถมาบ้านแม่เพียง 10 กว่านาทีเอง
ฉันรู้สึกอึกอัก เพราะรู้ดีว่าเด็กๆต้องอยากกินแฮมเบอเกอร์มากกว่าสะเต๊ะแน่ และก็เป็นจริงตามนั้นพอเจ้าลูกชายคนโตและคนรองทราบว่าใครโทรมา และกำลังคุยเรื่องอะไรคนหนึ่งโบกมือไม่เอา อีกคนถึงขนาดพนมมือขอร้องว่าอย่าไปเลยทุกคนต่างรอคอยที่จะไปกินอาหารมื้อ เที่ยงนี้ ซึ่งกำหนดเพียงอาทิตย์ละครั้ง
ฉันจึงตอบแม่ไปว่า "รอพวกเราปรึกษากันก่อน....

14มีนาคม 54

ชาวนาคนหนึ่ง หลังจากไปทำความสะอาดคอกม้า ออกมาก็พบว่านาฬิกาพกของตนได้หล่นหายไปเสียแล้ว นาฬิกาพกเรือนนี้มีความหมายต่อเขาอย่างมาก ด้วยเป็นของขวัญที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้ เขารีบวิ่งกลับไปที่คอกม้า รื้อหาจนทั่วบริเวณแทบพลิกแผ่นดินหา แต่ก็หาไม่พบ ? เขาเดินออกมาจากคอกม้าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว มองไปเห็นมีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอยู่แถวนั้น เขาจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองแก่แล้วหูตาฝ้าฟาง ทำให้หาไม่เจอ แต่เด็กๆ หูตายังแหลมคม น่าจาหาเจอก็เป็นได้ เขาจึงเรียกเด็กๆ มาแล้วบอกว่า ” เด็กๆ ถ้าใครหานาฬิกาพกของลุงเจอ ลุงจะให้เงินคนนั้นหนึ่งเหรียญ”

เด็กๆ พากันวิ่งกรูเข้าไปในคอกม้า จนเวลาผ่านไปนานโข ตอนที่เด็กๆ เดินกลับออกมาจาก คอกม้าทีละคน ต่างมีสีหน้าผิดหวังที่หานาฬิกาพกไม่เจอ ขณะที่ชาวหน้ากำลังถอดใจคิดจะเลิกหานั่นเอง ก็มีเด็กคนหนึ่งมากระซิบกระซาบบอกกับเขาว่า...

26กุมภาพันธ์ 54

ผู้หญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆน่ารักหลังหนึ่งริมทะเล
เธออยู่กับสามีของเธอ บ้านหลังนี้มีหน้าต่างอยู่บ้าง แต่ด้านที่หันเข้าหา
ทะเลกลับไม่มีหน้าต่างเลย มีแต่กำแพงเก่าๆหนาๆอันหนึ่งตั้งอยู่


ผู้หญิงคนนี้เคยเอ่ยขึ้นมาว่า
" ถ้าเราทลายกำแพงนี้แล้วสร้างเป็นหน้าต่าง ก็คงจะทำให้รับลมทะเลอันสดชื่นได้เยอะเลย "
แต่สามีของเธอบอกว่า
" บ้านหลังนี้เก่ามากแล้ว ถ้าเราทลายกำแพงอาจทำให้บ้านทั้งหลังพังลงมาก็ได้ "
ผู้หญิงคนนั้นเชื่อฟังสามี และก็ได้แต่เก็บความคิดอันนั้นไว้ในใจ
เธอคิดว่าที่เขาพูดก็คงมีเหตุผลที่ดี บ้านที่เก่าแล้ว เราไม่ควรเปลี่ยนอะไรมาก วันหนึ่ง...

23กุมภาพันธ์ 54

ผมได้สนทนากับเพื่อนคนหนึ่งถึงแม้ว่า เขาจะทำงานสองอย่างรายได้แต่ละเดือน หักลบรายจ่ายแล้วยังเหลือแค่พันกว่า แต่เขาก็มีความสุขมากผมอดแปลกใจมาก ที่เขามีความสุขขนาดนั้นเพราะเขามีรายได้น้อย ต้องประหยัดมัธยัสถ์จึงจะพอมีเงินเหลือเลี้ยงดู คุณพ่อคุณแม่สูงอายุพ่อตาแม่ยาย ภรรยา และลูกสาวอีกสองคนไหนจะค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จุกจิกภายในครอบครัวเขาอธิบายให้ฟังว่า เป็นเพราะหลายปีก่อน เขาได้เห็นเหตุการณ์บางอย่างที่ประเทศอินเดีย ขณะนั้นเขา ประสบปัญหาที่สาหัสมากสภาพจิตใจตกต่ำ จึงไปเที่ยวอินเดียเพื่อให้สบายใจขึ้นเขาได้เห็นกับตา ผู้หญิงชาวอินเดียคนหนึ่ง ถือมีดอีโต้ตัดแขนขวาของลูกตัวเอง สายตาที่หมดหวังของผู้หญิงคนนั้นและเสียงร้องครวญครางด้วยความ เจ็บปวดของเด็กอายุสี่ขวบจนบัดนี้ยังวนเวียนอยู่ในใจเขามิรู้ลืม

คุณอาจจะถามว่า ทำไมแม่คนนั้นจึงต้องทำเช่นนี้ ?....